Powered by Blogger.

Saturday, August 20, 2016

Mycom

หน่วยจู่โจมสหรัฐกระโดดร่มลงในอัฟกานิสถาน

ปฏิบัติการรหัสลับ แรด และตุ้กแก 


ในค่ำคืนเดือนตุลาคม 19 ตอนเช้ามือของวันที่ 20 ตุลาคม 2001 หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีโดยส่งทหารกระโดดร่มลงในพื้นที่ปฏิบัติการ ในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มตาลีบัน ในประเทศอัฟกานิสถาน โดยมี 2 วัตถุประสงค์ และวางแผนการปฏิบัติภายใต้รหัสปฏิบัติการว่า แรด และตุ้กแก 


การปฏิบัติมีการใช้งานหน่วยทหารพลร่มจากกองพันที่ 3 และหน่วยจู่โจมที่ 75 ทำการโดดร่มเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย ซึ่งถูกทำให้อ่อนแอลง ด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศจาก B-52 และการยิงจาก บ.AC-130 ติดอาวุธ การโจมตีทางอากาศ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามสังหารและบางส่วนได้หลบหนีออกจากพื้นที่ จากนั้น บ.ลำเลียง MC-130 ก็บินเหนือเขตส่งลง และปล่อยทหารพลร่ม และรบพิเศษลงสู้พื้นที่ ที่ระดับความสูง 800 ฟิต จำนวน กว่า 199 นาย ลงสู่พื้นที่ปฏิบัติการ 
  • ยึดครองพื้นที่ส่งลง
  • สังหารและจับกุมกลุ่มตาลีบัน
  • รวบรวมข่าวสาร ข่าวกรอง 
  • ประเมินพื้นที่สำหรับการปฏิบัติการส่งลงทางอากาศในครั้งหน้า 
  • จัดตั้ง ทก.และตำบลส่งกำลัง สำหรับการปฏิบัติการในพื้นที่ 

เมื่อเท้าแตะพื้น กองร้อยจู่โจมที่ 3/75 ปฏิบัติภารกิจสำเร็จตามแผนที่กำหนด ตามรหัสปฏิบัติการ ดีบุกและเหล็ก โดยเจอการต่อต้านเล็กน้อยจาก ตาลีบัน ส่วนร้อย C เคลื่อนที่ไปตามแนวกำแพงตึก เพื่อทำตามแผน ส่วนทีม ปจว. จากพัน ปจว.ที่ 9 กระจายเสียงผ่านเครื่องเสียงออกอากาศ เพื่อให้ฝ่ายตาลีบันในพื้นที่ยอมแพ้และมอบตัว แต่ก็ไม่นานนัก ก็พบว่าพื้นที่ควบคุมทั้งหมด เงียบ และว่างเปล่า 


จทน.จากหน่วยควบคุมกการรบสำรวจพื้นที่ ที่อาจจะใช้ในการทำสนามบิน หรือส่งลงทหารพลร่ม หากจะมีการปฏิบัติการอีกครั้งในอนาคต โดยติดต่อสื่อสารกับ บ.ลำเลียง AC-130 ติดอาวุธ ที่ยังคงบินวนรอบบริเวณ และตรวจเจอกองกำลังฝ่ายตาลีบันบนยานพาหนะ กำลังหันหน้ากลับมายังพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่ง AC-130 ได้ทำการระดมยิงทำลายเป้าหมาย

ส่วน ฮ. ลำเลียง แบบ MH-47 และ MH-60 แบ็กฮอกส์และซีนุ้ก จากหน่วยบิน 160 บินสนับสนุนภารกิตตุ้กแก หลังจากถึงพื้นที่ มีการเติมเชื้อเพลิงและกระสุน จาก ทก.ชั่วคราว ที่ หน่วยพลร่มส่งลง ได้จัดตั้งขึ้น หลังจากนั้น ได้จบภารกิจ และบินกลับฐานหลัก 
ภารกิจทุกข้อถูกปฏิบัติเป็นผลสำเร็จ กำลังพลทั้งหมด บรรทุกบน MC-130 และออกเดินทางกลับ โดยหน่วย ปจว. ได้ทิ้งใบปลิว ปชส. ในกรณีที่พวก ตาลีบันอาจจะกลับมาพื้นที่นี้อีก 
สำหรับลานบินชั่วคราวในทะเลทรายแห่งนี้ ต่อมาถูกใช้งานโดยหน่วยนาวินโยธินของ สหรัฐฯ และไดรับการตั้งชื่อค่ายว่า ค่าย แรด Camp Rhino


ข้อสังเกตุ 

จากบทความจะเห็นว่า หลักนิยมการรบของ US จะใช้การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ จาก B-52 และ AC-130 ติดอาวุธ ทิ้งระเบิด และระดมโจมตีพื้นที่เป้าหมาย ตามแผนการอย่างต่อเนื่อง จนเป้าหมายอ่อนแอ หรือ หมดกำลังลง จากนั้น จะใช้การปฏิบัติการเข้า Clear พื้นที่ โดยหน่วยพื้นดิน ซึ่งจะมีหน่วยรบพิเศษ และหน่วย แรนเจอร์ เป็นหน่วยนำภาคพื้นดิน เน้น การเข้าพื้นที่รวดเร็ว ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ และถอนตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น บทบาทของหน่วย ปจว.ก็จะผนวก เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนด้วยเสมอ จึงเห็นว่า ทาง US ให้ความสำคัญ กับการโจมตีทางอากาศ และ การปฏิบัติการจิตวิทยาด้วยเสมอ ๆ ในเกือบๆ ทุกภารกิจ 


Credit : http://www.americanspecialops.com/operations/rangers-delta-afghanistan-2001/

Read More
Mycom

รู้จับกับระบบอาวุธยิงสนับสนุน Fire Support

หลักพื้นฐาน การยิงสนับสนุน
การยิง คือ การยิงด้วยอาวุธ หรือระบบอาวุธ ไปยังเป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเป้าหมาย เช่น สังหาร หรือทำลาย

การยิงสนับสนุน หมายถึงการยิงช่วยโดยตรง ต่อหน่วยรบ หรือหน่วยดำเนินกลยุทธ์ ที่เข้าปะทะ หรือโจมตีต่อทีหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของภารกิจ ตามแผนการที่ตกลงร่วมกันไว้

นายทหารการยิงสนับสนุน หมายถึง นตต.ของหน่วยยิง ที่ประจำ ณ หน่วยรบ เพื่อช่วยเหลือ และให้คำแนะนำ ผบ.หน่วยรบ ในการยิงสนับสนุน หรือ การประสาานการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการยิงสนับสนุน

การรบที่ประสพผลสำเร็จ เป็นสิ่งสำคัญของการรบที่จะได้รับชัยชนะ ด้วยการวางแผน ในการรวมเอา หรือผนวกเอา แผนการยิงสนับสนุนของหน่วยทหารปืนใหญ่สนาม เข้าไปในแผนการรบด้วยเสมอ
ปืนใหญ่สนาม ประกอบด้วยระบบอุปกรณ์ การส่งกำลัง ระบบอาวุธและกระสุน และระบบกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธ
สำหรับปืนใหญ่สนาม โดยปกติ จะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ตามขนาดความกว้างของกระบอกปืน
ขนาดเบา เส้นผ่านศูนย์กลาง 120-mm และน้อยกว่า
ขนาดกลาง ตั้งแต่ 121 ถึง  160-mm
ขนาดหนัก ตั้งแต่ 161 -  210-mm.
และขนาดหนักมาก คือมากกว่า  210-mm ขึ้นไป


(JP 3-09). 1-14. การยิงสนับสนุนของปืนใหญ่สนาม จะประสานสอดคล้องกับระบบอาวุธยิงสนับสนุนอื่นๆ เช่น ปืนใหญ่เรือ หรือเครื่องบิน เป็นต้น ในจุดและเวลาที่กำหนดพร้อมกัน ซึ่งระบบอาวุธยิงสนับสนุนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรบ ทั้งการรุก และการรับ และรวมถึงการรบแตกหัก ซึ่งผู้บังคับหน่วยรบจะต้องตระหนัก และเล็งเห็นความสำคัญของระบบอาวุธยิงสนับสนุน อย่างดี

กิจของปืนใหญ่สนาม 


  • กำหนดเป้าหมายบนพื้นดิน 
  • ตรวจจับเป้าหมายและระบุที่ตั้งเป้าหมาย 
  • ให้การยิงสนับสนุนตามที่ได้รับการร้องขอ 
  • การประเมินผลการยิงต่อเป้าหมาย 
  • การป้องกันภัยทางอากาศ
การแบ่งมอบหน่วยปืนใหญ่สนาม 
  • สายการบังคับบัญชา ขึ้นตรง สนับสนุน ขึ้นควบคุมทางยุทธการ 
  • การเคลื่อนที่และการดำเนินกลยุทธ์ 
  • การข่าวกรอง
  • การดำรงอยู่ในสนามรบ
  • คุ้มครองกำลังรบ 
สำหรับกองทัพบกไทย ก็จะมีหน่วยวิทยาการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จว.ลพบุรี มี นนส.เหล่าทหารปืนใหญ่ ส่วนหน่วยกำลังรบ ก็จะเป็นกองพลทหารปืนใหญ่ ภายใต้กองทัพภาค ต่างๆ ซึ่งแต่ละกองพล ก็จะแตกลงไป ระดับ กรม และกองพัน กองร้อย 
นอกจากนั้นยังมี หน่วย ปืนใหญ่ที่ทำหน้าที่ด้านการป้องกันภัยทางอากาศ เป็นการเฉพาะ คือ นปอ. 

อ้างอิง : http://www.globalsecurity.org/military/library/policy/army/fm/3-09/fm3-09.pdf
Read More

Friday, August 19, 2016

Mycom

ประชาคมข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา

U.S. Intelligence Community (IC)
มาดูกันว่าหน่วยข่าวกรอง หรือประชาคมข่าวกรองของประเทศที่เป็นมหาอำนาจยักษ์ใหญ่อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา เขามีหน่วยงานด้านการข่าวกรองอะไรบ้าง ที่น่ารับรู้หรือน่าสนใจ
ถ้าพูดถึงงานข่าว หลายๆ คนอาจจะคุ้นชื่อและได้ยินชื่อของหน่วยงานนี้บ้างคือ CIA
มาจากคำเต็ม
The Central Intelligence Agency (CIA) หน่วยข่าวระดับโลก ที่มีสายข่าวกระจายอยู่ทั่วโลก โดยรวบรวมข่าวสารทุกชนิด เพื่อทำการผลิตข่าว ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปยันเรื่องใหญ่ๆ ที่อเมริกันจะชอบสอดรู้เห็นและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติตนอยู่เสมอ โดยวิธีการรวบรวมข่าวของหน่วย CIA ใช้คนที่เป็นแหล่งข่าวหรือสายข่าวให้เป็นหลัก เสริมด้วยเทคโนโยลีในการรวบรวมข่าว ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติการแบบลับหรือปกปิด เพื่อส่งผลกระทบต่องานด้านการเมือง เศษรฐกิจ สังคมและจิตวิทยา ของประเทศต่างๆ โดยที่ไม่เปิดเผยตัวตน

3 หน่วยข่าวภายใต้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ Department of Defense (DoD) - หน่วยข่าวเพื่อความมั่นคงของชาติ the National Security Agency (NSA),สำนักรวบรวมข่าวแห่งชาติ the National Reconnaissance Office (NRO), และสำนักข่าวกรองภูมิสารสนเทศแห่งชาติ the National Geospatial-Intelligence Agency (NGA) - ซึ่งทั้ง 3 หน่วยนี้ ใช้งบประมาณประจำปีของประเทศไปจำนวนมาก เพื่อทำงานด้านข่าวและความมั่นคงของประเทศ หน่วยข่าวอย่าง NSA รับผิดชอบรวบรวมข่าวสารที่ใช้เครื่องมือสื่อสารในการรวบรวม ส่วนหน่วย NRO จะเน้นพัฒนาระบบดาวเทียมสอดแนบ เพื่อเก็บและรวบรวมงานด้านการข่าว ส่วนหน่วย NGA จะเตรียมการข่าวเรื่องภูมิศาสตร์ แผนที่ สารสนเทศ โดยมีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศที่มีขนาดใหญ๋ในการทำงาน

The State Department's Bureau of Intelligence and Research (INR) หนึ่งในหน่วยข่าวที่เล็กมากๆ แต่ได้รับการยอมรับในเรื่องของการผลิตข่าวกรองที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้

อีก 1 หน่วยข่าวที่มีบทบาทสำคัญ Federal Bureau of Investigation (FBI) จะเกี่ยวข้องงานด้านการข่าวที่เน้นภัยการก่อการร้าย และการต่อต้านการก่อการร้ายสากล และต่อต้านการข่าวกรอง ภารกิจเพิ่มทวีคูณหลังเหตุการ 911 September 2001, มีการจ้างผู้เชี่ยวชาญงานวิเคราะห์ข่าวจำนวนมากเข้ามาทำงาน FBI มีการปรับปรุงองค์กรในความพยายามที่จะเป็นเอกเทศและไม่อยู่ภายใต้กฏหมายเดิมของรัฐ

credit photo:http://criminaljusticeleague.blogspot.com/2013/10/federal-bureau-of-investigation.html


หน่วยข่าวกรองของเหล่าทัพ บก เรือ อากาศ และนาวิก ต่างก็มีหน่วยข่าวกรองของตนเองเป็นการรองรับงานข่าว และสนับสนุนรัฐบาล (Air Force, Army, Navy, and Marines)

หน่วยข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์แผ่นดิน Department of Homeland Security(DHS)รับผิดชอบงานข่าวกรองด้านการก่อการร้ายที่จะกระทำต่อแผ่นดิน โดยมีการทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ

The Coast Guard, หน่วยข่าวกรองของกองกำลังรักษาฝั่ง เป็นส่วนหนึ่งของ DHS, แต่จะเน้นงานด้านรักษาชายฝั่ง และนาวิกโยธิน

The Energy Department กระทรวงพลังงาน ก็ทำงานด้านการข่าวเช่นกัน โดยเน้นข่าวด้านพลังงานนิวเคลียร์ และการต่อต้านการข่าวกรองด้านพลังงาน

The Department of the Treasury งานข่าวที่เกี่ยวข้องกับเงินตรา และการปลอมแปลงเงินตรา

The Drug Enforcement Administration งานข่าวกรองที่เน้นด้านปัญหายาเสพติด

ยังไม่หมด หน่วยข่าวของสหรัฐอื่นๆ ได้แก่

The President's Foreign Intelligence Advisory Board (PFIAB):
ข่าวกรองด้านการต่างประเทศ สนับสนุนงานของประธานาธิบดี เป็นงานข่างว การรวบรวม การประเมินผล การใช้ข่าวสาร และกิจกรรมข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและแลกเปลี่ยนทำงานนร่วมกันกันกับประชาคมข่าวกรองต่างๆ ของประเทศ Tโดย PFIABจะรายงานตรงต่อประธานาธิบดี สมาชิกของ PFIAB จะไม่มากกว่า 16 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี

The President's Intelligence Oversight Board (IOB):
อีกหน่วยข่าวที่แตกตัวมาจาก PFIAB ในปี 1993. โดยที่ IOB จะมีสมาชิกเพียง 4 คนเท่านั้น ซึ่งแต่งตั้งมาจากหน่วย PFIAB แต่งตั้งโดยหัวหน้าของ PFIAB. หน่วยงาน IOB จะทำงานข่าวอิสระตามที่ได้รับมอบภารกิจ อย่างละเอียด และทำหน้าที่ในการประเมินและตรวจสอบหน่วยข่าวกรอง

The Office of Management and Budget (OMB):
OMB สำนักข่าวหนึ่งของทำเนียบรัฐบาล งบประมาณขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล และความเร่งด่วน ทำหน้าที่ตรวจร่างกฏหมายที่เกี่ยวข้องงานด้านการข่าว เพื่อเสนอในที่ประชุมของรัฐบาล

ees of all covert action programs approved by the President, as well as all "significant intelligence failures."

ยังมี คณะกรรมการงานด้านการข่าวของรัฐบาลที่น่าสนใจอีก 2-3 องค์กร
The Senate Select Committee on Intelligence (SSCI):
สมาชิกของ SSCIจำนวน 13 ถึง 17 ตามเสียงส่วนใหญ่ของสภา ดำรงตำแหน่งวาระ 8 ปี บทบาทสำคัญคือ การแบ่งอัตราส่วนงานด้านการข่าว และงบประมาณ รวมทั้งการกำหนดการคัดเลือกคน และตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองต่างๆ และการตรวจสอบพิจารณากฏหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องงานด้านการข่าว

House Permanent Select Committee on Intelligence (HPSCI):
สมาชิกของ HPSCI มีจำนวน 19 คน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่แบ่งมาจาก สส. มาจากการแต่งตั้ง อยู่ในวาระ 8 ปี งานและบทบาทของ HPSCIทำการสืบสวนสอบสวนเคสที่ได้รับมอบ เกี่ยวกับ งานด้านการข่าว

อ้างอิง: https://courseware.e-education.psu.edu/courses/bootcamp/lo07/08.html
Read More
Mycom

ระบบงานข่าวกรองทางทหาร

งานข่าวกรอง

เป็นงานที่ทำอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการรวบรวม การประเมินผล การวิเคราะห์ และการแจกจ่ายข่าว เป็นงานที่ขับเคลือนกันตลอดเวลา

งานข่าวเริ่มจาก ใครสักคน เช่น ผบช. มีความต้องการข่าวสารสำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ภารกิจ หรืองานของหน่วยที่ต้องทำ

เรียกว่า เป็นความต้องการข่าวกรอง

และกำหนดให้มีการรวบรวมข่าวกรอง โดยหน่วยข่าว หรือคนที่รับผิดชอบด้านการข่าว

หลังจากที่มีการรวบรวมข่าวสาร หรือข่าวกรองได้แล้ว จากแหล่งต่างๆ ทั้งเปิด ปิด และลับ

ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการประมวลผลข่าว โดย จนท.ผู้ชำนาณ หรือเชี่ยวชาณงานด้านการข่าว ก็จะทำการวิเคราะห์ ข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ ข้อพิจารณา การศึกษาเปรียบเทียบจากแหล่งข่าวหลายๆ ทาง มาสอดคล้องตรงกันไหม

หลังกระบวนการวิเคราะห์ประเมินค่า หรือการตีความข่าวสารเรียบร้อย ก็จะเป็นการ รายงานข่าวสาร ไปให้ผู้บังคับบัญชา ได้รับทราบ รวมทั้งการอนุมัติการแจกจ่ายข่าวกรองไปให้หน่วยใช้งาน หรือคนที่ร้องขอ

ซึ่งในทางปฏิบัติ ผบช. อาจจะมีการอนุมัติ หรือ สั่งให้ไปตรวจสอบเพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ และการตกลงใจของหัวหน้าฝ่ายข่าว และผู้บังคับบัญชา


image: https://courseware.e-education.psu.edu/courses/bootcamp/lo07/09.html

มีข้อพิจารณาที่สำคัญคือ งานข่าวกรองจะต้องถูกต้องและรวดเร็วและทันเวลา โดยเฉพาะในปัจจัยของการทันเวลา นั้นต้องพิจารณาให้ดี เช่น ข่าวสาร แจ้งว่า ข้าศึกจะบุกโจมตีหน่วยทหารในพื้นที่ ชายแดน อีก 3 วัน แต่หน่วยข่าวก็ไม่กล้ายืนยัน และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและใช้เวลาในการรวบรวมและประเมินผลนานกว่า 3 วัน แบบนี้ ข่าวได้รับการอนุมัติ และส่งไปถึงหน่วยที่จะถูกบุกโจมตีไม่ทันเวลา แบบนี้ ก็ไม่ถูกต้อง

จึงต้องพิจารณาเรื่องทันเวลาเป็นสำคัญ กล่าวคือ ถ้าข่าวสารเป็นจริง หน่วยถูกบุกและโจมตี จนทหารเสียชีวิต หมดค่ายแบบนี้ โดยที่เรา ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ทันเวลา แบบนี้ ก็นับเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
Read More
Mycom

รู้จักกับ ฮลำเลียงแบบ MH-47G Chinook

MH-47G Chinook Helicopter

ฮ. ลำเลียงแบบ MH-47G ซินุ้ก เป็น ฮ.ลำเลียง ทีี่ออกแบบและผลิตโดย บริาัท โบอิ้ง และประจำการในหน่วยบินของกรมรบพิเศษที่ 160 ของสหรัฐฯ หรือหน่วย Night Stalkers 


credit image: http://www.americanspecialops.com/night-stalkers/helicopters/mh-47.php

จนท.ของ ฮ

โดยปกติจะมี 5 คน
  • นักบิน
  • ผช.นักบิน 
  • 3 x ลูกเรือ/พลปืน

MH-47 บทบาท 



สนับสนุนการโจมตีทางอากาศของหน่วยรบพิเศษ ซึ่งรวมถึงการส่งทหารรบพืเศษลงพื้นที่ การรับกลับ และสามารถใช้งานในบทบาทของการส่งกำลัง บางภารกิจ ก็จะมีการประกอบอุปกรณ์เสริม เช่น การเติมน้ำมันกลางอากาศ สำหรับ ฮ อื่นๆ และอีกบทบาทหนึ่ง คือทำงานเป็น ทก. สำหรับการส่งลงทางอากาศ 
โดย ฮ.ลำเลียง MH-47 มีภารกิจและบทบาทสำคัญ ต่อการทำงานของรบพิเศษ US ในประเทศอัฟกานิสถาน 

MH-47 - มีหลายรุ่น 


MH-47D

หน่วยบินนำเข้าประจำการในช่วง กลางยุค 80 ซึ่งต่อมามีการปรับปรุงการทำงานของเครื่องยนต์ และระบบจ่ายน้ำมัน และปัจจุบัน ได้อัพเกรดเป็นรุ่น MH-47G

Credit ภาพ : http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2011/07/X10874246/X10874246.html

ของ ทบ.ไทย ถ้าผมจำไม่ผิด ก็น่าจะเป็นรุ่น 47D นี้แหละครับ แต่จำนวนกี่ลำ ผมไม่แน่ใจนะ หน่วยที่เข้าประจำการคือ ศูนย์การบินทหารบก จว.ลพบุรี ปัจจุบัน ไม่ค่อยจะเห็นขึ้นบินแล้วครับ ไม่แน่ใจว่า มีปัญหาด้านการซ่อมบำรุงหรือเปล่า น่าจะจอดและยกเลิกใช้งานแล้ว

MH-47E

รุ่นตัว E จะคล้ายๆ กับรุ่น  MH-47D แต่จะมีกำลังมากกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาด  (T55L-714 vs the D model's T55-L712), เสริมด้วยระบบควบคุมการทำงานคอมพิวเตอร์ พัฒนาในเรื่องของการจุเชื้อเพลิง ให้มีขนาดใหญ่และบินได้นานมากขึ้น และมีระบบอาวุธสำหรับการต่อสู้ทางอากาศ โดยรุ่นนี้ เข้าประจำการหน่วยบินที่ 160 ในปี1993.

MH-47G

รุ่น G เป็นรุ่นล่าสุด และมีความซับซ้อนมากที่สุดในตระกูลของ ฮ ชนิดนี้ ที่มีประจำการ ออกแบบโดยวัสดุโครงสร้างใหม่ทั้งลำ เรียกว่า airframes  ซึ่งพัฒนาระบบควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า และระบบการทำงานไฮดรอลิกส์ 

Design Features


การออกแบบ ฮ ลำเลียง เน้นการออกแบบ ถังน้ำมันให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ เพื่อรองรับชั่วโมงการบินที่ยาวนาน และมีการติดตั้งอุปกรณ์เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ทำให้ลดเวลาการลงจอดเพื่อเติมเชื้อเพลิงได้ 
การออกแบบอุปกรณ์ Airframe ทั้งสองข้างลำตัวและด้านท้ายของ ฮ สำหรับการโหลดของขึ้นลง รวมทั้งกำลังพลด้วย หรือโหลดยานพาหนะบน ฮ นอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์การยกตัว หรือ rescue hoist ตรงประตูด้านหน้าของ ฮ 
การออกแบบให้มีหน้าต่างติดตั้งปืนกล ด้านติดกับห้องควบคุมการบิน



ฮ.ลำเลียง MH-47G ห้องนักบินจะใช้กระจกพิเศษแบบดิจิตอล ซึ่งสอดคล้องกับกล้องมองกลางคืน โดยกระจกจะมีขนาด 5 6x8 นิ้ว แบบใส และทำงานได้หลายหน้าที่ (MFD) จอแสดงผลและจอควบคุมการแสดงผล CDUs นอกจากนั้นภายในห้องบังคับการบินของนักบิน มีการออกแบบที่ทันสมัย และติดตั้งระบบการควบคุมการทำงานที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับ ฮ ลำเลียงแบบ MH-60M Black Hawk   

ห้องนักบินติดตั้งระบบนำทางแผนที่คอมพิวเตอร์ที่ แสดงทิศทางการบิน แบบดิจิตอล MIL-STD-1553 digital databuses, AN/ASN-137 พร้อมระบบนำทางและค้นหาเส้นทางการบินอันโนมัติ 

MH-47G Sensors

  • AN/ZSQ-2 EOSS - ระบบเซ็นเซอร์แบบอินฟาเรด ติดตั้งด้านหน้าใต้หัวเครื่อง พร้อมกล้องมองภายนอก ช่วยให้นักบินเห็นมุมจำกัด ทำให้สามารถบินได้ในระดับที่ต่ำติดพื้นดินทีเดียว ทั้งในเวลากลางคืน และสภาพอากาศที่ไม่ดี 
  • AN/APQ-174B อุปกรณ์ Radar รองรับการทำงานแบบหลายโหมดทำงาน ' multi-mode radar
    the MH-47's เรด้ห์ตรวจจับภูมิประเทศ และสภาพอากาศ 

MH-47G เครื่องมือสื่อสาร 

  • AN/ARC-220วิทยุคลื่นความถี่สูง (HF) Radio
  • AN/ARC-201D ระบบวิทยุสำหรับการติดต่อพื้นดินกับ ทก.กระโดดร่ม (SINCGARS)
  • 4x AN/ARC-231 (UHF, VHF) รวมทั้งวิทยุดาวเทียม 
  • AN/ASN-145 AHRS วิทยุต่อต้านการแจมมิ่ง 
  • MTX Blue Force Tracker
  • AN/APX-123 IFF Transponder
  • Digital Inercommunication System (DICS) ระบบการสื่อสารข้อมูลร่วม 

Defensive systems ระบบป้องกันตนเอง 

  •  ระบบแจ้งเตือนการยิงจากจรวด 
  • การปล่อยคลื่นวิทยุรบกวน 
  •  ระบบแจ้งเตือนด้วยเลเซอร์ 
  • ระบบปล่อยแฟร์อำพรางการมองเห็นด้วยตาเปล่า 

MH-47G การติดตั้งอาวุธ 

MH-47s ติดตั้งปืนกล  M134 7.62mm ส่วนรุ่น  E/G จะติดตั้งปืนกลรุ่น  M240 7.62mm


อุปกรณ์การรับกลับและการส่งลง 

ระบบส่งคนลงและรับคนกลับด้วยเชือก Fast Rope Insertion Extraction System (FRIES)
  • Special Patrol Insertion & Extraction System (SPIES)
    ใช้สำหรับการรับและส่งคนลงทำงานตามภารกิจ ซึ่งจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ และโดยเฉพาะ เช่น ห่วง เป็นชั้นๆ ของเชือกส่ง สำหรับการรับคนจากจุดนัดพบ ซึ่งจะใช้สายรัดตัวพิเศษ ล็อกเข้ากับห่วงของเชือก รองรับมากสุด 8 คน เพื่อนำพาออกจากพื้นที่อันตราย ไปส่งลงยังจุดหรือพื้นที่ปลอดภัย 
  • บรรไดเชือก
    โดยปกติแล้วก็จะทำงานโดยผ่าน belly hatch
  • ระบบกู้ภัยแบบยกตัว ทำงานด้วยไฟฟ้า สำหรับยนคน โดยมีสายรัดตัว
ฮ  MH-47 ติดตั้งระบบแจ้งตำแหน่งของคนและเครื่อง (PLS) - มีระบบวิทยุติดตามฉุกเฉิน เพื่อติดตามและค้นหานักบินหรือเครื่องบินในเวลาที่ต้องการ


คุณลักษณะของ ฮ MH-47G Specifications

ลูกเรือPilot, Co-pilot + 3 crew chiefs/gunners
เครื่องยนต์2xTextron Lycoming T55-4-714 Turboshaft engines
ขนาดL - 15.87m
W (rotor diameter) - 18.82m
H - 5.59m
น้ำหนัก12,210 kg (empty)
24,494 kg (max loadout)
ความเร็วสูงสุด259 kph
ระยะบิน 1382 km
อาวุธ4 gun stations (port/starboard front and rear) :
2x m134 7.62mm miniguns (front)
2 xM240D 7.62mm machine gun (rear)
อ้างอิง : http://www.americanspecialops.com/night-stalkers/helicopters/mh-47.php
Credit: http://www.americanspecialops.com/night-stalkers/helicopters/mh-47.php
Read More

Thursday, August 18, 2016

Mycom

ภารกิจรบพิเศษการรบในพื้นที่ประชิด CQB


หน่วยรบพิเศษ กรีนเบเร่ต์ ของสหรัฐอเมริกา ในภารกิจ  การจำลองการรบในพื้นที่ประชิด โดยเป็นการฝึกร่วมกับทหารจากหน่วย National Guard และ กองพัน ฮ. โจมตีที่ 3 ,กองพลบินที่ 1 ในพื้นที่การฝึกแถวๆ  Smoky Hill Air National Guard Range, Salina, รัฐ Kansas  ในเดือน พฤษภาคม 2016.
โดยหน่วยรบพิเศษ หมวกเขียว พร้อมอาวุธประจำกายอย่าง MK18 ออกแบบมาสำหรับใช้ในการรบในพื้นที่อาคาร การรบประชิด หรือ CQBR และอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นแบบ EOTech holographic

สำหรับภารกิจนี้ โดยส่วนมาก หน่วยรบพิเศษ พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือ จะฝึกการเข้าโจมตีต่อกลุ่มเป้าหมาย ภายในตัวตึก หรือตัวอาคาร เพื่อแย่งชิงตัวประกัน หรือสังหาร ผกร.ในอาคาร เทคนิคที่ใช้บ่อยๆ คือ การแทรกซึมเข้าพื้นที่โดย ฮ ลำเลียง ซึ่งคุ้มกัน โดย ฮ โจมตี จากนั้นใช้เทคนิค การโรยตัวด้วยเชือกส่งลงเร่งด่วน หรือ Fast Rope บนหลังคาตึก และเข้าสู่ห้องหรืออาคาร เพื่อปฏิบัติภารกิจตามแผนการที่วางไว้ ต่อไป 
จำเป็นต้องมีการฝึกฝนการปฏิบัติอย่างชำนาณ พร้อมทั้งเครื่องมือ อาวุธ วิทยุสื่อสาร และยานพนหนะในการส่งลง และรับออกจากพื้นที่ อย่างรวดเร็ว 

เพิ่มเติม 

CQB มาจากคำเต็ม Close Quarter Battle หมายถึง การต่อสู้หรือการรบกันในระยะประชิด หรือระยะใกล้ๆ ยิงกันในระยะ 3-5 เมตร ประมาณนั้น 

Credit : www.americanspecialops.com/photos/special-forces/special-forces-army.php
Read More